Monthly Archive for September, 2007

โดนแล้ว Phishing

Phishing เป็นชื่อเรียกหนึ่งในวิธีโจรกรรมข้อมูล ของพวกมิจฉาชีพบนโลกอินเทอร์เน็ทครับ ถ้าใครตามข่าว ไม่ระมัดระวังพอ ก็มีสิทธิ์ที่จะถูกหลอกเอาได้ง่ายๆ ใครใช้งานธนาคารทางอินเทอร์เน็ทของธนาคารกสิกรไทยอยู่ จะเห็นได้ว่ามีข่าวคราวขึ้นมาเตือนอยู่เสมอ ก็คือเรื่องการปลอมแปลงเว็บไซท์สักเว็บหนึ่ง ในที่นี้คือเว็บของกสิกรไทย อาจจะตั้งเป็น url คล้ายๆกับของจริง เช่น kbank.org , kbanks.com kbank.net อะไรประมาณนั้น จากนั้นเขาก็จะส่งอีเมล์เข้ามา หรือเอาไปปล่อยไว้ตามที่ต่างๆ ที่คาดว่าจะมีลูกค้าของธนาคารแวะเวียนเข้ามา ถ้าเกิดเผลอเข้าไป หน้าตาเว็บที่คล้ายกันจนไม่ได้เอะใจ ก็จะกรอก username /password ลงไปในช่อง พอกดส่งข้อมูลนี่สิ มันจะส่งข้อมูลเข้ากระเป๋าของพวกแครกเกอร์ แครกเกอร์ก็เอาข้อมูลพวกนั้นของเรา กรอกแล้วเข้าสู่ระบบที่หน้าเว็บไซท์จริงๆของธนาคาร

ผมไม่ได้โดย Phishing เองครับ แต่เป็นเครื่อง Server www2 ที่โดนเจาะเข้ามา คือจริงๆไม่ได้เจาะนะ แต่ผู้ใช้บริการพื้นที่ ที่เราให้บริการเขาตั้งชื่อผู้ใช้กับรหัสผ่านเป็นตัวเดียวกัน เท่านั้นแหละจบเลย

จริงๆเรื่ิองนี้ตั้งนานแล้ว แต่อะไรไม่รู้ทำให้นึกเรื่องนี้ขึ้นมาได้ คือหลังจากที่จัดการเครื่อง perseus ให้สามารถใช้งาน ปรับแต่ง และทดลองทำงาน (ก็คือใช้งานจริงนั้นแหละ) มาได้สักพักใหญ่ อาจารย์กิตก็ให้แอดมินโบโต้โทรเข้ามาหาครับ บอกว่าเจ้าหน้าที่ของ CAT โทรเข้ามาบอกว่าเครื่องของเราติด Phishing ถ้าไม่รีบดำเนินการแก้ไขเขาจะตัดวงจรเชื่อมต่อของเราทันที ซึ่งก็ยังให้โอกาสเราพอจะ ssh เข้าไปแก้ไขได้บ้าง ก่อนจะตัดทั้งยวงเลย

ระหว่างนั้นให้รอเจ้าหน้าที่เขาส่งอีเมล์มายืนยันครับ ในช่วงนี้ผมก็กังวลมาก ฝากให้โบโต้ที่อยู่หน้าเครื่องเข้าไปตรวจสอบเครื่อง perseus ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ไล่ดูตามวิธีที่สมควรทำเมื่อเครื่องถูกแครก ตอนแรกกังวลมาก เพราะถ้าเราเข้าเครื่องด้วยรหัสผ่านของเราไม่ได้ แสดงว่าแครกเกอร์วางยาส่วนนี้เอาไว้ด้วย เราต้องมาเสียเวลาในการแก้ไข ให้สามารถเข้าระบบไปกู้ข้อมูลให้ได้ก่อน ซึ่งฝันร้ายของผมคือการดาว์นระบบ ซึ่งหมายความว่าต้องหยุดการทำงานของระบบหลัก ที่วันนั้นเป็นวันธรรมดา มีเจ้าหน้าที่ใช้งานอยู่แน่นอน

ระหว่างนั้นก็ตื่นเต้นครับ สุดท้ายอาจารย์กิตโทรมาอีกรอบ บอกว่าเครื่องที่โดนนี่ไม่ใช้เครื่อง perseus ที่ผมดูแลอยู่ แต่เป็นเครื่อง www2 ของคนเก่าที่เขาเข้ามาทำเอาไว้.. โล่งใจจากนั้นให้โบโต้ลองตรวจดู ก็ถือบางอ้ออย่างที่บอกตอนต้น คือผู้ใช้พื้นที่เขาตั้งชื่อผู้ใช้กับรหัสผ่านเ็ป็นชุดเดียวกัน แบบนี้ใครๆก็ชอบสิครับ สบายเหมือนเปิดบ้านเปิดประตูให้โจรเข้ามาปล้นได้สบายๆ

ก็ให้โบโต้เก็บหลักฐานเอาไว้ และคิดว่าคงต้องจัดการเรื่องแบบนี้หน่อย จริงๆการป้องกันปัญหานี้ง่ายมากทั้งการวางระบบ การเขียนโปรแกรมแก้ไขรหัสผ่านที่โค้ดไม่กี่บรรทัด แล้วก็อะไรหลายๆอย่าง ที่จะป้องกันไว้ก่อน แทนที่จะทำให้ผมตกใจเล่นๆแบบที่เจอคราวนี้ แต่ก็ขำๆ ดีนะไม่ใช่เครื่องที่เราพึ่งปรับแต่ง ไม่อย่างนั้นเสียประวัติไปอีกนาน

อบรมสื่อการสอนให้กลุ่มสาระสังคม กาญจนาภิเษกวิทยาลัย ๙ โรงเรียน

ผมพึ่งจะขับรถกลับจากสุพรรณบุรี จากนครปฐม ใช้เส้นทางถนนมาลัยแมนไปสุพรรณบุรีผ่านอำเภออู่ทอง สภาพเส้นทางดีมาก รถน้อย ได้ไปเห็นการวางผังเมือง การจัดการระบบ หรือแบ่งโซนในตัวเมืองแล้วชอบใจ บ้านเขาเรียบร้อยดี

สิบแสนวางแผนที่จะเข้ามาที่โรงเรียนก่อนล่วงหน้าวันอบรมจริง เพื่อที่จะตรวจดูความเรียบร้อยของห้องที่จะใช้อบรม ขาดตกบกพร่องอย่างไรก็จะได้บอกให้อาจารย์ที่ดูแลอยู่แก้ไขได้ทัน สักประมาณบ่ายสองเราก็เข้าไปถึงโรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย สุพรรณบุรี โรงเรียนใหญ่มาก หลังคาโรงเรียนเป็นสีเหลือง ที่ติดใจมากคือต้นไม้เขียวเต็มโรงเรียนเลย ต้นไม้เขียวที่ปลูกเต็มโรงเรียนนี่มีคนริเริ่มปลูกนะ ปลูกมาตั้งแต่เริ่มตั้งโรงเรียนเลย

สิ่งแรกที่ผมคาดหวังว่าจะได้เจอ ก็คือสภาพห้องคอมพิวเตอร์แบบเดียวกับที่ศูนย์คอมพิวเตอร์ ที่อาจารย์กิตใช้อบรมอาจารย์ทั้งจังหวัด แต่ปรากฎว่าที่นี่ยังต้องใช้วิธีต่อเข้าจอโทรทัศน์ 20 นิ้ว มีเครื่องเดียวด้วยแฮะ ลองปรึกษากันแล้วคิดว่าอาจารย์เกือบ 50 ท่านที่จะเข้ามาอบรมรับรองมองไม่เห็นแน่นอน ก็เลยเพิ่มเป็นโทรทัศน์อีกเครื่องหลังห้องแล้วกัน พอจะแก้ขัดแทนโปรเจคเตอร์ไปได้

คือประเ็้ด็นมี หรือไม่มีโปรเจคเตอร์ผมไม่ได้ติดใจอะไรนะ แต่เราจะเห็นได้ชัดเจนเลยว่าแต่ละโรงเรียน บริหารจัดการทรัพยากรเพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาบุคลากร พัฒนาองค์กร อย่างไรบ้าง ถ้าที่ไหนจำเป็นต้องใช้เป็นประจำ เราจะเห็นของที่จำเป็นกับการใช้งานพวกนี้อยู่เยอะ และพร้อมที่นำมาใช้งานได้ทันทีเลย คือไม่ใช่ว่าถึงมีแล้วเอามาตั้งไว้เฉยๆนะ แบบนั้นถึงเวลาจริงก็เอามาใช้ไม่ได้หรอก ฝุ่นจับพังหมดแล้ว

สักพัก พ่อกับแม่แสนก็เข้ามาถึงโรงเรียน คุณพ่อของแสน (อาจารย์เสริมศักดิ์) เป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียน อยู่ที่กาญจนาภิเษกวิทยาลัยนี่หละ เป็นครูที่ใจดีมาก แล้วก็เข้าใจเด็ก มีวิธีในการสอนเด็กอย่างน่าสนใจ และน่าประทับใจเป็นอย่างยิ่ง คือเท่าที่ผมมีโอกาสได้ฟังพ่อแสนเล่าถึงวิธีการสอนเด็ก วิธีการดูแลเด็ก ทั้งเด็กประจำ เด็กไปกลับแล้วมีความรู้สึกว่า นี่หละครูต้นแบบของการพัฒนาจริยะธรรมเด็ก นอกจากนั้นคุณพ่อของแสนนี่หละ ที่เป็นผู้บุกเบิกโรงเรียนกาญจนาภเษกวิทยาลัย สุพรรณบุรี โดยเฉพาะต้นไม้ที่ปลูกอยู่ในโรงเรียนนี่ คุณพ่อของแสนเขาเป็นคนปลูกทั้งนั้น ปลูกแล้วปลูกอีก ปลูกจนได้ต้นไม้เขียวทั้งโรงเรียนเลย

วันแรก

พิธีเปิดวันแรกก็เป็นไปตามปกติ วิทยากรโดน ผอ. แซวนิดหน่อยว่าเอาเด็กรุ่นใหม่มาสอนคนรุ่นเก่า ให้เอาคนรุ่นใหม่มาสอนคนรุ่นเก่าเพื่อที่จะได้เป็นคนรุ่นใหม่บ้าง แต่ผมว่าจริงๆแล้วถ้าเราเอารุ่นใหม่รุ่นเก่ามาเป็นเส้นแบ่งแยก มันก็ไม่ชัดเจนนะ อาจารย์บางท่านที่ผมได้เจอนี่เก่ง แล้วก็เรียนรู้เรื่องเทคโนโลยีได้เร็วมาก อยู่ที่การเปิดใจรับ ไม่ได้อยู่ที่อายุหรอกนะ

ก็มีบรรยายเล็กน้อย จากนั้นก็ให้อาจารย์ย้ายไปที่ห้องอบรมเลย ซึ่งวันแรกพอหอมปากหอมคอ คือทำตัวอย่างให้ดูว่า อะไรคือ e-learning อะไรคือ e-book ซึ่งส่วนใหญ่จะเข้าใจว่า e-learning คือทำเว็บความรู้ ส่วน e-book คือไอ้โปรแกรมหนังสือที่พลิกหน้าได้อยู่บนคอมพิวเตอร์ ซึ่งจริงๆมันไม่ใช่ ว่าแล้วยาว แตกเป็น entry ใหม่ดีกว่า

ครึ่งวันหลังนี่เขาพาไปเที่ยว ซึ่งผมกับสิบแสนนี่มีธุระต้องกลับมานครปฐมก่อน ก็ปล่อยให้กบฉายเดี่ยวเป็นขวัญใจอาจารย์กันไปคนเดียว

วันที่สอง

วันที่สองนี่หนัก เต็มๆวันเลย ภาคเช้าติดขัดหน่อย เกี่ยวกับระบบเครือข่ายของโรงเรียนอย่างนึง อีกอย่างคือเครื่องของโรงเรียนเขาบังคับใส่รหัสผ่าน ที่ผมคิดว่าเครื่องเตรียมไว้สำหรับอบรมไม่สมควรใส่รหัสผ่านไว้ เสียเวลาโดยใช่เหตุที่จะต้องมานั่งบอกว่ารหัสผ่านคืออะไร เข้ายังไง สองคือสภาพเครื่องสมควรอยู่ในสภาพปกติ การ Auto-Hide Taskbar นี่ไม่เหมาะอย่างยิ่งเลย สำหรับอาจารย์ที่ไม่ค่อยมีพื้นฐานทางคอมพิวเตอร์ (ไม่ใช่ไม่ดี แค่อาจารย์เขาไม่รู้ว่ามันหายไปไหน เอาขึ้นมาได้อย่างไร)

มีความรู้สึกเข้าใจได้เลย ว่าตอนเราเป็นนักเรียนไม่ฟังที่อาจารย์สอนอยู่หน้าห้อง พอถึงเวลาแล้วก็ต้องถามเอาทีหลังมันน่าปวดหัวขนาดไหน หรือผมสอนเร็วเกินไปก็ไม่รู้สินะ ช่วงเบรคแรกไม่เท่าไหร่จิตใจยังดีอยู่ สู้ๆ แต่พอหลังเที่ยงแล้วต้องสับเปลี่ยนกับกบ ให้กบขึ้นไปพูดแทน ส่วนผมลงมาเดินแนะนำอาจารย์ทีละท่าน ซึ่งก็หนักใจอยู่เหมือนกัน สุดท้ายเบรคบ่ายก็โทรหาอาจารย์กิต พอมีกำลังใจขึ้นมาบ้าง คืออาจารย์กิตเองก็กำลังจัดอบรมคอมพิวเตอร์อาจารย์อยู่เหมือนกัน

วันที่สาม

วันที่สามนี่สบายหน่อย วิทยากรสามคนอยู่กันพร้อมหน้า ส่วนใหญ่จะเดินแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับอาจารย์แต่ละท่านมากกว่า รู้สึกว่าโรงเรียนจากภาคใต้อย่างกาญจนาภิเษกสุราษฎร์ กับ กระบี่จะมาไม้เดียวกัน คือไม่ยอมแพ้กันเลย หิ้วอาจารย์คอมพิวเตอร์มากันโรงเรียนละคน เอามานั่งติวอาจารย์โรงเรียนตัวเองโดยเฉพาะ อันนี้ก็ดีนะ คือเป็นการแบ่งเบาภาระวิทยากรได้เยอะทีเดียว คุยกับอาจารย์กาญจนาภิเษกสุราษฎร์ แค่บอกว่ามาจากสุราษฎร์ แล้วก็จบจากสุราษฎร์พิทยาเท่านั้นแหละ อาจารย์เขาก็ถามว่าลูกศิษย์อาจารย์กิติมาหรือเปล่านี่ ก็บอกว่าใช่เลยครับ ลูกศิษย์อาจารย์กิติมา แหมอาจารย์เรานี่ดังจังเลยนะ